ท่อเหล็กมีกี่ชนิด ท่อเหล็กมีกี่ขนาด คุณสมบัติของท่อเหล็กแต่ละแบบใช้งานอย่างไร

ท่อเหล็กมีกี่ชนิด ท่อเหล็กมีกี่ขนาด คุณสมบัติของท่อเหล็กแต่ละแบบใช้งานอย่างไร

เมื่อพูดถึง “ท่อเหล็ก หรือ Steel Pipe” ก็ถือว่าเป็นวัสดุที่ผลิตมาจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรง ทนทานเป็นพิเศษ มีประโยชน์หลากหลาย สามารถนำไปใช้งานได้หลายงาน ไม่ว่าจะเป็นงานในการประกอบขึ้นรูปเฟอร์นิเจอร์ ขั้นโครงนั่งร้าน นำไปประกอบเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า อุตสาหกรรมการประปา ระบบขนส่งก๊าซ ท่อน้ำมันและระบบขนส่งน้ำมัน ซึ่งในการใช้งานท่อเหล็กแต่ละชนิดนั้นก็จะมีถูกแบ่งตามประเภทท่อและขนาดของท่อด้วย วันนี้เราจึงจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ท่อเหล็กแต่ละชนิดให้ถูกประเภทการใช้งาน รวมถึงท่อเหล็กแต่ละขนาดมีแบบไหนบ้างให้เล่ากันค่ะ

คุณสมบัติพิเศษของท่อเหล็กกล้า

ท่อเหล็กส่วนใหญ่มักจะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นคือความแข็งแรงทนทาน ทนต่อสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศ ทนต่อสารสารเคมี มีให้เลือกใช้หลายชนิด เช่น ท่อเหล็กกล้า ท่อเหล็กหล่อ และท่อเหล็กไร้สนิม (Stainless Steel) ท่อมีตะเข็บและท่อไม่มีตะเข็บ ส่วนใหญ่ตัวท่อจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 0.5 นิ้ว ไปจนถึง 120 นิ้ว และจะถูกแบ่งตามชนิดการใช้งานได้ดังนี้ 

ท่อเหล็กมีกี่ชนิด

  1. ท่อเหล็กขนาดเล็ก เป็นท่อเหล็กที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นท่อเหล็กอาบสังกะสี และท่อเหล็กดำ สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ใช้งานได้ตามบ้านเรือนทั่วไป หาซื้อง่าย 
  2. ท่อเหล็กขนาดใหญ่ เป็นท่อเหล็กที่เหมาะใช้ในหน่วยงานใหญ่ๆ เช่น ท่อเหล็กประปาของการประปานครหลวง การประปาภูมิภาค กรมชลประทาน การไฟฟ้า และยังนำไปเป็นท่อแก๊ส ท่อน้ำมันได้ด้วย 
  3. ท่อเหล็กหล่อ มีความทนทาน ทนสภาพอากาศ และสารเคมีสูง จึงนิยมใช้ในงานระบบน้ำทิ้งภายนอกอาคารหรือใช้ทดแทนท่อ PVC 

ประเภทของท่อเหล็กมีอะไรบ้าง 

ท่อเหล็กจะถูกแบ่งประเภทตามการใช้งานหลักๆ ได้ดังนี้ 

1. ท่อเหล็กร้อยสายไฟ

จุดเด่นของท่อเหล็กร้อยสายไฟสำหรับงานเดินสายไฟก็คือจะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดกับสายไฟ เช่น การถูกกดทับ เสียดสี หรือในพื้นๆ ที่มีความไม่เหมาะสมที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสายไฟ ทำให้เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยการใช้งานท่อเหล็กร้อยสายไฟก็มีการแบ่งหมวดออกไปอีก 4 หมวด คือ 

  • ท่อโลหะเนื้อบาง (Electrical Metallic Tubing หรือ EMT) จุดเด่นคือ ตัวท่อมีความมันวาว เนื้อเรียบ มีขนาดตั้งแต่ ½ นิ้ว – 2 นิ้ว ยาวประมาณ 3 เมตร เหมาะสำหรับใช้เดินลอยในอากาศ หรือฝังในผนังคอนกรีต แต่ห้ามใช้ฝังดิน/พื้นคอนกรีตและไม่สามารถบิดเกลียวได้ 
  • ท่อโลหะเนื้อปานกลาง(Intermediate Metal Conduit หรือ IMC) มีขนาดตั้งแต่ ½ นิ้ว – 4 นิ้ว  ยาวประมาณ 3 เมตร เหมาะสำหรับใช้เดินนอกอาคารหรือฝังในผนัง/พื้นคอนกรีต
  • ท่อโลหะเนื้อหนา (Rigid Steel Conduit หรือ RSC)  มีขนาดตั้งแต่ ½ นิ้ว – 6 นิ้ว ยาวประมาณ 3 เมตร รวมถึงระบุชนิดของท่อและขนาดท่อ ไว้บนท่อด้วยตัวอักษรสีดำ ซึ่งท่อชนิดนี้สามารถใช้งานได้ทั้งภายนอก-ภายใน และฝังในผนังหรือพื้นคอนกรีตก็ได้ 
  • ท่อโลหะอ่อน (Flexible Metal Conduit) คุณสมบัติเด่นคือ มีความอ่อนตัว ยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปดัดให้โค้งงอได้ตามความต้องการได้โดยท่อไม่เสียหายและกระทบต่อการใช้งาน ทนต่อความร้อน  มีขนาดตั้งแต่ ½ นิ้ว – 4 นิ้ว เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่แห้ง ต่อดวงไฟหรือต่อเข้ากับมอเตอร์เครื่องกลที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือนสูง แต่ไม่เหมาะใช้ในพื้นที่เปียกและไม่ควรฝังดินหรือพื้นคอนกรีต
  • ท่อโลหะอ่อนกันน้ำ เป็นท่อเหล็กที่มีลักษณะของท่อโลหะอ่อนทุกประการ แต่ว่าภายนอกหุ้มด้วย PVC เพื่อป้องกันความชื้น คราบน้ำมัน และป้องกันน้ำไม่ให้ทำอันตรายหรือสร้างความเสียหายต่อตัวท่อ  ไม่ให้เข้าไปในท่อ มีขนาดตั้งแต่ ½ นิ้ว – 4 นิ้ว

2. ท่อเหล็กอาบสังกะสี

ท่อประปาเหล็กอาบสังกะสี จะเป็นท่อเหล็กที่ผลิตมาจากเหล็กกล้าขึ้นรูปที่ต้องการแล้วนำไปชุบสังกะสีเพื่อเพิ่มความทนทานและป้องกันสนิมขึ้น ช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากขึ้น มีจุดเด่นคือ ใช้งานได้ยาวนาน ไม่เป็นสนิม นำไปทำเกลียวง่าย เลือกความหนาของเหล็กได้ โดยความหนาของเนื้อเหล็ก จะแบ่งตามสีคาด เช่น สีแดง = เนื้อหนาที่สุด , สีน้ำเงิน = เนื้อหนาปานกลาง และสีเหลือง = เนื้อบางสุด 

3. ท่อเหล็กกัลวาไนซ์ (Galvanized Pipe)  

หรือที่ช่างมักจะเรียกคุ้นปากกว่า “ท่อเหล็กประปา หรือ แป๊บเหล็กประปา”เป็นท่อเหล็กท่อชุบสังกะสีชนิดจุ่มร้อน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงป้องกันสนิม ทนต่อการกัดกร่อน ยืดอายุการใช้งานมากกว่าท่อเหล็กทั่วไป 2-3 เท่า นิยมใช้งานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานผลิตเคมีภัณฑ์ งานท่อระบายน้ำ ท่อน้ำทิ้ง ท่อลำเลียง หรืองานที่ต้องทนรับแรงกด แรงกระแทกสูงๆ หรืองานที่ท่อเสี่ยงต่อการถูกทับด้วยเครื่องจักรเยอะๆ เพราะท่อกัลวาไนซ์จะค่อนข้างแข็งแรงทนทาน ไม่แตกหักง่าย มีแบ่งชั้นความหนา 3 ประเภทเหมือนท่ออาบสังกะสีทุกประการ คือ  สีแดง = เนื้อหนาที่สุด , สีน้ำเงิน = เนื้อหนาปานกลาง และสีเหลือง = เนื้อบาง

4. ท่อกลมดำ (Carbon Steel Tubes)

ท่อเหล็กกลมดำเป็นท่อที่มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ท่อแป๊บดำ เหล็กหลอด เหล็กกลมดำ ท่อดำ โดยเหล็กท่อกลมดำ ฯลฯ จุดเด่นคือ มีน้ำหนักเบา ความแข็งแรงทนทาน รับแรงดันได้ดี นิยมนำไปใช้ในงานก่อสร้างที่ขึ้นโครงสร้างที่ไม่ต้องรับน้ำหนักเยอะๆ โครงนั่งร้าน เฟอร์นิเจอร์ ป้ายต่างๆ และงานท่อประปา ท่อชลประทาน ระบบน้ำภายในอาคารขนาดเล็ก-กลาง 

มาตรฐานท่อเหล็ก

ประเทศไทยมีการระบุมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.).276 ควบคุมอยู่แบ่งท่อออกเป็น 4 ประเภท ตามความหนาของผนังท่อ ซึ่ง มอก. กำหนดให้มีแถบสีกว้างประมาณ 5 ซ.ม. แสดงบนตัวท่อด้วย คือ

  • ท่อเหล็กมีตะเข็บ ผนังท่อบางแถบสีเหลือง
  • ท่อเหล็กมีตะเข็บ และไม่มีตะเข็บ ผนังท่อหนาปานกลางแถบสีน้ำเงิน
  • ท่อเหล็กแบบมีตะเข็บ และไม่มีตะเข็บ ผนังท่อหนาแถบสีแดง
  • ท่อเหล็กมีตะเข็บ และไม่มีตะเข็บ ผนังท่อหนาพิเศษแถบสีเขียว
Select the fields to be shown. Others will be hidden. Drag and drop to rearrange the order.
  • Image
  • SKU
  • Rating
  • Price
  • Stock
  • Availability
  • Add to cart
  • Description
  • Content
  • Weight
  • Dimensions
  • Additional information
  • Attributes
  • Custom attributes
  • Custom fields
Click outside to hide the comparison bar
Compare